การ ชี้ตำหนิเหรียญว่าแท้/เก๊ กับการชี้ตำหนิว่าเหรียญแท้ทุกเหรียญต้องเหมือนเหรียญแท้ของ ตน มันเป็นคนละเรื่องย่อมเอามาเทียบกันไม่ได้ เหมือนกับการผลิตรถยนต์รุ่นเดียวกันยี่ห้อเดียวกันสีเดียวกันแต่เป็นคนละคันและไป บอกว่ารถของคนอื่นนั้นเก๋เพราะไม่เหมือนรถของตนทั้งๆที่ซื้อออกมาจากร้าน เดียวกัน
การชี้ตำหนิเหรียญแท้/เก๊ของเซียนมักเอาเหรียญ ของตนเป็นหลักการ ทั้งๆที่ตัวเองก็เห็นเหรียญแท้มาไม่กี่เหรียญเอาเป็นว่าอย่างไรเสียคงไม่ เกินสองร้อยเหรียญแน่นอนในชีวิตการซื้อขายประเภทนั้น และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหรียญเก่าๆที่ดังๆมียอดผลิตเป็นหลักพันอย่างต่ำก็สาม พันเหรียญที่คนรุ่นก่อนๆเก็บและหวงแหน พวกเซียนจะมีโอกาสเห็นเหรียญแท้เป็นร้อยๆเหรียญเชียวหรือ? อันนี้ก็น่าสงสัย? ใครเขาจะเอามาให้ดูชม ส่วนเหรียญเก๋ก็เช่นกัน พวกเซียนมีโอกาสเคยเห็นมาเป็นร้อยๆเหรียญหรือ? แต่ถ้าผลิตเองก็คงได้เห็นหรือสัมผัสมาแน่ แต่ของจริงมีเป็นพัน อย่างต่ำ
จากการอ่านบทความมาบ่อยๆพบช่องว่างว่าพวกเซียนพระมักชี้ตำหนิเหรียญแท้/เก๊เข้าข้างตนเองทั้งนี้เพราะ
๑.ต้องการขายเหรียญแท้ของตัวเองหรือพรรคพวกในราคาแพงสุดกู่ โดยทำให้เหมือนว่าหาได้ยากเต็มที ชาตินี้ไม่มีโอกาสอีกแล้ว โดยลืมไปว่าตัวเองนั้นได้เหรียญแท้มาเช่นไร
๒.เหรียญของตนเองที่ขายไปแล้ว ในราคาแพงๆนั้น จะได้ไม่ถูกตำหนิว่าเก๊ได้เลย
๓.เอา เหรียญเก๋ที่ตนเองซื้อผิดพลาดเองมาชี้ว่าแท้เพราะขายไปแล้วที่ราคาแพงๆและ ไม่กล้าซื้อคืนในราคาแพงๆหรือซื้อคืนก็ต้องหัก20% ยังไงก็ยังได้กำไร อย่างนี้เลวมากๆ ทำให้ชนรุ่นหลังต้องมาทะเลาะกัน
๔.เอาเหรียญแท้ของคนอื่นมาชี้ว่าเก๊ในหนังสือนิตยสารพระเครื่องของตนเองเพื่อ discredit คู่แข่งขัน อันนี้ก็เลวเช่นกัน
๕.เอาเหรียญเก๊ที่ตนเองผลิตหรือมีมากๆมาชี้ว่าแท้เพื่อจะได้ขายเหรียญของตนเองได้เรื่อยๆ และหาพรรคพวกมาเสริมตั้งเป็นชมรมของตนเอง อย่างนี้ต้องเรียกว่าบัดซบสิ้นดี
ห้าข้อดังกล่าวมาข้างต้นก็ทำให้วงการเล่นพระแย่แล้ว เพราะคนทั่วๆไปภายหลังมาเล่นพระเหรียญก็จะผิดพลาดกันไปหมด จะหาความจริงได้อย่างไร?
การ ชี้ตำหนิพระเหรียญว่าแท้/เก๊นั้น ต้องเปิดช่องว่างไว้ อย่าด่วนฟันธงลงไปว่า แท้/เก๊ ต้องเป็นเช่นนี้เช่นนั้นๆ เพราะพวกเราทุกคนยัง ineptitude อยู่คือยังไม่ชำนาญจริงสุดๆ เราเกิดมายุคหลังๆข้อมูลที่เราได้มายังไม่ครบถ้วนจริงๆและเราทุกคนเห็นของ จริงมาน้อยมากๆ เพียงแต่ว่าเราอาจจะรู้มากกว่าคนอื่นเขา แต่ไม่ใช่หมายความว่าเราเก่งที่สุดๆเลยหาคนใดมาเทียบไม่ได้ พระพุทธเจ้าเองยังเคยตรัสว่า "อย่าเชื่อในสิ่งที่พระองค์เองพูด"
อันนี้หมายความว่า พระองค์เปิดโอกาสให้ ดังนั้นพวกเซียนชี้ตำหนิพระเหรียญจึงไม่ควรฟันธงลงไปเด็ดขาด
พระ เหรียญนั้นผลิตด้วยเครื่องจักร ก็ต้องมีข้อผลิตพลาดเช่นกัน ของที่ผลิตช่วงแรกๆย่อมคม/สวย/ดูง่าย/ขนาดเท่าๆกัน แต่ถ้ายังผลิตไปเรื่อยๆก็ย่อมสึกคือเกิดwear and tear ดังนั้นพระเหรียญชุดหลังๆจึงต้องมีข้อผลิตพลาดบ้างเป็นธรรมดา เช่น blur ไม่คม ตำหนิหาย ขนาดอาจผิดไป แม้แต่มาจาก block เดียวกัน ดังนั้นจะไปบอกว่าเก๊ได้อย่างไร แม้แต่วัสดุที่นำมาผลิตก็ก่อให้เกิดการผลิตพลาดได้เพราะความแข็งแกร่งไม่ เหมือนกัน ท่านลองเอาเหรียญบาทมาส่องดูยังมีความแตกต่างทั้งๆที่เหรียญบาทแท้ทุกเหรียญ
เซียนพระที่มีโอกาสเขียนบทความเรื่องการชี้ ตำหนิพระเหรียญแท้/เก๊ควรใฝ่ใจให้มากๆในเรื่องนี้ เพราะเรามีโอกาสได้เสนอความจริงแล้วอย่าทำผิดพลาด เพื่อชนรุ่นหลังจะได้สรรเสริญเราที่ทำดีและไม่เห็นแก่ตัวหรือเงินทอง
บทความเรื่องเหรียญแท้/เก๊นี้ก็นำไปใช้ได้กับพระเครื่องประเภทอื่น เช่น เนื้อดิน/ชิน/ว่าน/ผง เหมือนกันหมด เพราะพระประเภทนี้ทุกขั้นตอนการผลิตทำด้วยคนหมด การใช้เครื่องจักรเข้ามาช่วยมีน้อย ความผลิตพลาดจึงมีมากกว่าพวกเหรียญเยอะ พระประเภทนี้ต้องใช้หลักการยุคก่อน คือ พิมพ์ถูก/เนื้อใช่/ธรรมชาติถึง ก็พอเป็นแนวทางกำหนดแท้/เก๊แล้ว แต่ถ้ามีตำหนิครบมากๆพระองค์นั้นควรราคาแพงสูงริ้ว เพราะคงหายากมากๆแน่นอน
What you are now is the consequence of your action.
ม.โชคชัย ทรงเสี่ยงไชย
No comments:
Post a Comment