ก่อนอื่นประวัติของหลวงพ่อแก้วนั้นจากการศึกษาอ่านตำรามาหลายแห่งพอจะทราบได้บ้างว่า ท่านเกิดในช่วงปี พ.ศ. ๒๓๓๗ เป็นชาวเมืองเพชร และเป็นพระชอบการธุดงค์และแสวงบุญ เป็นพระสงฆ์ที่ดีสนใจในพระพุทธศาสนาและคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ท่านไปที่ใดหรือพักอยู่ในที่ใดก็มักอบรมสั่งสอนและช่วยเหลือสถานที่นั้นๆ ท่านไม่ยึดติดเกาะติดกับสถานที่ แต่ยึึดมั่น/เชื่อมั่นในคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ในช่วงเวลายุคของท่านนั้น พวกฝรั่งก็เข้ามามีบทบาทอย่างมากในการเผยแพร่คริสตศาสนา ท่านเองก็กลัวคนไทยจะลืมพระพุทธศาสนาไป ท่านจึงธุดงค์ออกสอนและเผยแพร่พระธรรมคำสอนกับคนไทยให้ยึดในศาสนาพุทธ เรื่องศาสนาต่างกันนั้นมีปัญหามากในช่วงที่พวกฝรั่งเข้ามาเผยแพร่และมักจะดูถูกหยามคนต่างศาสนาว่าเชื่อสิ่งไร้สาระงมงาย ในยุคของผู้เขียนเองช่วงตอนเป็นเด็กๆก็เคยประสบกับเรื่องนี่มาด้วยต้นเองที่บ้านเกิดสมุทรปราการ เด็กๆก็ทะเลาะกัน/และแบ่งพวกกัน แต่ยังไม่ถึงขั้นรุนแรง แต่มีแน่นอนเรื่องผิดใจทางศาสนา
หลวงพ่อแก้วท่านเป็นพระธุดงค์ใฝ่ใจพระธรรมคำสอนและมีวิชาอาคมด้วยเพื่อป้องกันตนเองในยามออกธุดงค์ พระในยุคนั้นก็เป็นดั่งนี้ทุกคนเพราะกลัวเรื่องฝีสางนางไม้จึงต้องใฝ่ใจในการศึกษา แต่ท่านก็มีความเมตตาปรานี/ประพฤตตนดี/ปฎิบัติตนดีให้เป็นที่ยอมรับในหมู่ชน/กลุ่มชนในสมัยนั้นเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อการเผยแพร่พระพุทธศาสนาและอบรมสั่งสอนคนไทยในยุคนั้นเอง
เนื่องจากท่านเรียนรู้การทำวัตถุมงคล ท่านเลือกที่จะทำพระปิดตาซึ่งแสดงออกบอกถึงความลด/ละ/เลิก/ไม่ยึดติด/เกาะติด/ความไม่แน่นอนของสิ่งใดๆบนโลกนี้ พระปิดตาแสดงออกได้ดีถึงการละเว้น/อนิจจัง/ความไม่แน่นอน/และมีแต่ความเมตตากรุณาเป็นที่ตั้ง
ท่านรวบรวมมวลสารจากการลบอักขระที่ท่านเขียนท่านสั่งสอนประชาชน/เก็บรวบรวมเกสรดอกไม้ที่เป็นมงคลต่างๆ/ดินที่มีคุณในสถานที่ต่างๆที่ท่านธุดงค์ผ่าน นำสิ่งเหล่านี้มาตากแดด/แห้ง/ปดละเอียด เก็บไว้เป็นมวลสารศักสิทธิ์ สิ่งเหล่านี้ใช้เวลาและการสะสม เมื่อถึงคราวท่านก็นำมาใช้ทำพระปิดตา
ดังนั้นพระปิดตาที่ท่านสร้างขึ้นจึงมีคุณและศักสิทธิ์อย่างมหันต์ แต่พระปิดตาประเภทนี้มีจำนวนน้อยเหตุเพราะมวลสารที่ท่านเก็บเพื่อมาทำพระมีไม่มากนั้นเอง พระปิดตาของท่านมักจะคลุกรักเพื่อให้คงอยู่นานและไม่แตกหักง่าย
การได้มาของพระปิดตาวัดเครือวัลย์องค์ใคองค์หนึ่งนั้น ท่านต้องสังเกตความย่นของมวลสาร/สังเกตคราบรัก/ความแห้งสนิท/และความแกร่ง/สีของพระที่เรียกว่าสีกระลาออกดำน้ำตาล เพราะเป็นพระเครื่องที่สร้างมานานแล้วเกินร้อยห้าสิบปี อาจจะก่อนพระสมเด็จเสียอีก ทั้งนี้ท่านมาอยู่วัดเครือวัลย์ที่ชลบุรีก็ราวๆพ.ศ. ๒๓๖๔ และมีการทำพระปิดตาเนื้อตะกั่วแจกให้ชาวบ้านที่เข้าป่าไปตัดไม้มาสร้างวัด พระปิดตาที่แจกให้ก็เพื่อกันโรคภัย/โรคไข้ป่า ส่วนพระปิดตาเนื้อผงนั้นท่านคงทำแจกให้ผู้มาทำบุญช่วยเหลือวัด ท่านไม่ได้เป็นเจ้าอาวาสวัดเครือวัลย์แต่ท่านก็ช่วยเหลือวัด ทำให้วัดมีชื่อเสียงจากพระปิดตาที่ท่านทำแจกชาวบ้าน การเล่นพระปิดตาของท่านนั้นยากพอๆกับการเล่นพระเเบญจภาคี เพราะใช้หลักการเดียวกัน คือพิมพ์ถูก/เนื้อใช่/ธรรมชาติถึงเป็นตัวหลักในการชี้ว่าแท้ ไม่ใช่เล่นตามคำนิยายบอกเล่า/การได้มาของพระ/หรือมรดกตกทอดอย่างที่ชอบอ้างกัน หากท่านสนใจพระปิดตาหลวงพ่อแก้ว ท่านก็ต้องแสวงหาไปเรื่อยๆ สักวันหนึ่งท่านอาจจะโชคดี ดังคำพูดที่ว่า What you seek, you will get.
(มันใช้เวลาและเงินทองแต่ถ้าท่านแสวงหาท่านต้องได้แน่นอน)
ภาพประกอบพระปิดตาหลวงพ่อแก้ววัดเครือวัลย์
ม.โชคชัย ทรงเสี่ยงไชย
----------------------------------------------------------------------------

No comments:
Post a Comment